ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

417733 กระทู้ ใน 33112 หัวข้อ- โดย 176230 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: ang_manee

18 เมษายน 2014, 08:06:59 AM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบห้องแจกข้อสอบ ขอข้อสอบ[แจก] แนวข้อสอบภาษาไทย(การย่อความ)
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: [แจก] แนวข้อสอบภาษาไทย(การย่อความ)  (อ่าน 28829 ครั้ง)
kiew
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44



« เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2008, 11:18:46 AM »





เอมาลองให้ฝึกทำกันนะ

การย่อความ
 การย่อความ  คือการเก็บใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม่  ให้สั้นกว่าเดิมแต่มีใจความสำคัญครบถ้วนสมบูรณ์  ว่า  ใคร  ทำอะไร   ทีไหน  เมื่อไร  อย่างไร โดยใช้สำนวนภาษาของผู้ย่อเอง
ประโยชน์ของการย่อความ
1. ช่วยให้การอ่าน  การฟังได้ผลดียิ่งขึ้น  ช่วยให้เข้าใจและจดจำข้อความสำคัญที่ได้อ่านหรือฟังได้สะดวกรวดเร็ว
2. ช่วยในการจดบันทึก  เมื่อได้ฟังหรือศึกษาวิชาใดก็ตาม  รู้จักจดข้อความสำคัญลงสมุดได้ทันเวลาและเรื่องราว
3. ช่วยในการตอบแบบฝึกหัดหรือข้อสอบ  กล่าวคือผู้ตอบจะต้องย่อความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่ในรูปของข้อเขียนสั้นๆ          
    แต่มีใจความครบถ้วน
4. ช่วยเตือนความทรงจำ  นักเรียนอ่านหนังสือแล้วทำบทย่อหน้าเป็นตอน ๆ หรือเป็นระยะ ๆ ควรทำติดต่อกัน                  
    อย่างสม่ำเสมอ  จะช่วยให้ไม่ต้องอ่านหนังสือซ้ำใหม่ ตลอดเล่ม
5.  ช่วยประหยัดเงินในการเขียนโทรเลขได้   ถ้ารู้จักย่อความจะเขียนข้อความได้สั้น ๆ   เนื้อความกะทัดรัดชัดเจน  
     ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราว
จุดประสงค์ที่สำคัญของการย่อความ
          1.  เพื่อรู้จักจับใจความสำคัญของเรื่อง  ว่าเรื่องที่ฟังหรืออ่าน  เป็นเรื่องของใคร   ทำอะไร   ที่ไหน    เมื่อไร  อย่างไร
          2.   เพื่อนำใจความสำคัญไปถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่น  หรือเพื่อสรุปเนื้อเรื่องที่ได้ฟัง  ได้อ่านนั้น  เอาไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป
หลักในการย่อความ
             1.  เขียนคำนำตามประเภทของเรื่อง
             2.  อ่านเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด  อาจจะอ่านถึง  2 ? 3 เที่ยว  เพื่อให้เข้าใจเรื่องโดยตลอด
             3.  ทำความเข้าใจศัพท์  สำนวนโวหารในเรื่อง
             4.  ถ้าเรื่องที่จะย่อเป็นร้อยกรองต้องถอดคำประพันธ์เป็นร้อยแก้วก่อนจึงย่อ
             5.  สังเกตใจความสำคัญแล้วแยกออกเป็นตอน ๆ
             6.  สรรพนามบุรุษที่ 1 , 2  ต้องเปลี่ยนเป็นสรรพนามบุรุษที่ 3   หรือเอ่ยชื่อ
             7.  ถ้าคำเดิมเป็นคำราชาศัพท์ให้คงไว้
             8.  ข้อความที่เป็นคำพูดในเครื่องหมายอัญประกาศต้องเขียนใหม่ซึ่งเรียกว่าเปลี่ยนเลขในเป็นเลขนอก
             9.  เรื่องที่ย่อถ้าไม่มีชื่อเรื่อง  ผู้ย่อต้องตั้งชื่อเรื่องเอง 1
การเขียนคำนำในการย่อความ
1. การย่อความ  บทความ  สารคดี  นิทาน  นิยาย  เรื่องสั้น  ข่าว  ฯลฯ   ให้บอกประเภท  ชื่อเรื่อง  ชื่อผู้แต่ง  ที่มาของเรื่อง     นิทานเรื่อง????????????..ของ???????.จาก????..?..ความว่า
2.  การย่อความประกาศ   แจ้งความ   แถลงการณ์  ฯลฯ ให้บอกประเภท   ชื่อเรื่อง   ชื่อผู้ประกาศ  วัน  เดือน   ปีที่ประกาศ      ประกาศเรื่อง??????????ของ??????..จาก???????..ความว่า
3.  การย่อจดหมายให้บอกประเภทชื่อผู้เขียน  ชื่อผู้รับ  วัน  เดือน  ปี  ที่เขียน
     จดหมายของ?????????ถึง???????..ลงวันที่??????..ความว่า
4. การย่อโอวาท  คำปราศรัย  สุนทรพจน์ให้บอกประเภท   ชื่อผู้พูด  ชื่อผู้ฟัง   โอกาสที่พูด  สถานที่   วัน  เดือน  ปีที่เขียน      คำปราศรัยของ?????????.แก่??????????.เนื่องใน???????ทาง (ณ)???????????????วันที่????????..ความว่า?????
5. การย่อบทร้อยกรองให้บอกประเภท   ชื่อเรื่อง  ชื่อผู้แต่ง  ที่มาของเรื่อง
    กลอนสุภาพเรื่อง???????????ของ????????จาก?????ความว่า
ตัวอย่างการย่อข่าว
                  ข่าวเรื่อง นักศึกษาไปเล่นน้ำจมก้นเขื่อน  จากหนังสือพิมพ์  ไทยรัฐ  ฉบับวันพฤหัสบดีที่  22  มีนาคม  2544  
 ความว่า
              นายประเสริฐ  พงษ์เสน  นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ปวช. วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่  ไปเล่นน้ำ     กับเพื่อนที่เขื่อนแม่กวง  จ.เชียงใหม่   เกิดเป็นตะคริวและจมหายไปจนเสียชีวิตในที่สุด
ความหมายของ ?ย่อความ?
คำว่า ?ย่อความ? ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ( 2546 : 893 ) ให้ความหมายไว้ว่า ?ลดให้สั้นหรือเล็กลง? ซึ่งอาจสรุปได้ว่า การย่อความหมายถึง ?การย่อเรื่องยาวๆ ให้สั้นลงตามความต้องการ โดยเอาแต่ใจความสำคัญ?
หลักเกณฑ์การย่อความ

การย่อความจะแบ่งรายละเอียดออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนขึ้นต้นของย่อความและส่วนเนื้อหาที่จะย่อ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ส่วนนำ
1. ส่วนขึ้นต้นของย่อความ เป็นตอนที่กล่าวถึงรายละเอียดทั้งหมดของสารหรือ ข้อเขียนที่จะนำมาย่อ ผู้ย่อต้องอ่านรายละเอียดส่วนนี้ให้ครบถ้วน หลักสำคัญในการตรวจสอบข้อความส่วนขึ้นต้นของย่อความ มีดังนี้
       1.1 สารหรือข้อเขียนที่จะย่อเป็นสารชนิดใด โดยศึกษาจากการแบ่งสารไว้อย่างละเอียดแล้ว ดังนั้น เมื่อเห็นสารควรแยกชนิดของสารที่ได้ทันที เช่น ประกาศ คำสั่ง บทความ บันทึก ข่าว คำแนะนำ แถลงการณ์ จดหมาย บทละคร เรื่องสั้น เป็นต้น
1.2     การขึ้นต้นย่อความจะเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะเฉพาะของสารแต่ละชนิด
1.3 คำขึ้นต้นย่อความจะต้องบอกรายละเอียดให้มากที่สุด โดยทั่วไปควรตั้งคำถามไว้ในใจเพื่อตรวจหารายละเอียดของสาร เช่น เป็นสารชนิดใดของใคร เรื่องอะไร จากที่ใด วัน เดือน ปี อะไร หากมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นก็ลงรายละเอียดนั้นด้วย
แบบขึ้นต้นของย่อความประเภทต่าง ๆ
1. ขึ้นต้นย่อความที่เป็นร้อยแก้วทั่วไป เช่น หนังสือทั่วไป นิทาน นิยาย พงศาวดาร จดหมายเหตุ ขึ้นต้นดังนี้
ย่อเรื่อง????????.ผู้แต่ง????????.จาก???????????ความว่า???????????
2. ขึ้นต้นย่อความจดหมาย ขึ้นต้นดังนี้
ย่อจดหมาย ของ ???????.. ถึง ???????.. เรื่อง ??????? วันที่ ???????..เดือน??????????
พ.ศ. ?????? ความว่า???????????..
3. ขึ้นต้นย่อความหนังสือราชการ ขึ้นต้นดังนี้
ย่อหนังสือราชการที่ ??????. ลงวันที่ ???? เดือน ??????? พ.ศ. ??????..ของ ??????. ตำแหน่ง ???????? ถึง ???????. เรื่อง??????? ความว่า?????????..
4. ขึ้นต้นย่อพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส โอวาท ปาฐกถา สุนทรพจน์ คำปราศรัยและคำกล่าวอื่น ๆ     ขึ้นต้นดังนี้
ย่อ ????. ของ ???? กล่าวแก่ ????. เรื่อง ?????.. เนื่องในงาน ????????ณ ???????
 เมื่อ ?????.( จากหนังสือ ... ) วัน ???.. เดือน ??? พ.ศ. ???. ความว่า?????????
5. ขึ้นต้นย่อความบทสนทนา ขึ้นต้นดังนี้
ย่อบทสนทนา ของ ???. กับ ????.. เรื่อง ?????.. ที่ ??????. เมื่อวันที่ ?????เดือน ????????.
พ.ศ. ??????.. ความว่า????????.
         6. ย่อความ ประกาศ คำสั่ง แถลงการณ์ ระเบียบ หรือหนังสือราชการอื่น ๆ ขึ้นต้นดังนี้
         ย่อ ??????.. ของ ?????? เรื่อง ??????? ที่ ?????? ลงวันที่ ?????..เดือน ????????
พ.ศ. ??????..ความว่า ??????????..
         2. ส่วนเนื้อหาที่จะย่อ เป็นส่วนที่มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะและชนิดของสาร โดยทั่วไปความยาวของเนื้อหาเมื่อย่อเสร็จแล้วจะประมาณ 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม ก่อนจะลงมือย่อความ ควรทบทวนหลักเกณฑ์ก่อน ดังนี้
         2.1 ก่อนเขียนย่อความต้องอ่านจับใจความให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าใคร ทำอะไร กับใครที่ไหน เมื่อไร ผลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร หากพบประโยคที่เห็นว่าเป็นใจความสำคัญของเรื่อง ให้ขีดเส้นใต้ไว้ เพื่อสะดวกในการเก็บใจความมาเขียนย่อ
         2.2 เก็บใจความสำคัญมาเขียนเรียบเรียงใหม่ตามลำดับเวลาและลำดับเหตุผล โดยใช้สำนวนภาษาของผู้เขียนที่เป็นคำสั้น ๆ รัดกุมตรงไปตรงมา และไม่ใช้อักษรย่อ
         2.3 เปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ให้เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 สรรพนามบุรุษที่ 1 เช่น ฉัน ผม ข้าพเจ้า บุรุษที่ 2 เช่น เธอ คุณ ให้เปลี่ยนเป็น สรรพนามบุรุษที่ 3 เช่น เขา ท่าน พระองค์ เป็นต้น
2.4     การย่อคำประพันธ์ที่เป็นร้อยกรอง ต้องถอดคำประพันธ์ให้เป็นร้อยแก้วก่อน แล้วนำข้อความที่ถอดเป็นร้อยแก้วมาย่ออีกครั้ง

          2.5 การย่อจดหมายต้องเปลี่ยนรูปแบบของจดหมายให้เป็นรูปแบบของการย่อความโดยนำที่อยู่วันที่ คำ   ขึ้นต้น คำลงท้าย ลงชื่อ จ่าหน้าซอง และชื่อผู้รับ นำมาเรียบเรียงไว้ในตอนขึ้นต้นย่อความแล้วจึงเรียบเรียงย่อใจความตอนเนื้อหาของจดหมาย
          2.6 การย่อเรื่องประเภท ประกาศ หรือคำสั่งที่มีเนื้อหาเป็นข้อ ๆ ต้องเรียบเรียงให้เป็นข้อความเดียวกันและอยู่ในย่อหน้าเดียวกัน

          2.7 คำราชาศัพท์ไม่เปลี่ยนเป็นคำสามัญ ส่วนคำศัพท์เฉพาะทางวิชาการควรเปลี่ยนเป็นคำสามัญที่คนทั่ว ๆ ไปเข้าใจ
          2.8 เรื่องที่ย่อ เดิมไม่มีชื่อเรื่อง ควรคิดชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับข้อความที่ต่อ
          2.9 เมื่อเรียบเรียงเนื้อความที่ย่อแล้วควรอ่านทบทวนใหม่เพื่อตรวจสอบว่าเก็บใจความสำคัญหมดหรือไม่ เรียบเรียงข้อความสมบูรณ์ใช้ภาษาถูกต้องดี หรือไม่
          วิธีย่อความ การย่อความเริ่มจากการศึกษารูปแบบของสารเพื่อแยกสารออกมาว่าเป็นชนิดใด ตรวจดูส่วนที่จะนำมาขึ้นต้นย่อความอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วดำเนินการตามขั้นตอนที่กล่าวไว้แล้ว ในตอนที่เป็นส่วนเนื้อหาที่จะย่อ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
          1. การอ่านเนื้อหา ควรอ่านเนื้อหาอย่างคร่าว ๆ เพื่อให้ทราบเรื่องราวทั้งหมดโดยสรุป จะอ่านหลาย ๆครั้งก็ได้ หากยังจับใจความไม่ได้
          2. การเก็บใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า แต่ละตอนออกมาให้เก็บใจความไปจนตลอดเรื่อง อาจเก็บทีละย่อหน้า หรือบางย่อหน้าข้อความที่เป็นรายละเอียดหรือประเด็นไม่สำคัญก็ให้รวมย่อหน้า แล้วเก็บใจความสำคัญออกมาพิจารณาหาความเหมาะสม หากพบข้อความที่เป็นรายละเอียด นักเรียนควรคิดคำหรือข้อความ ที่เป็นคำธรรมดาแทน
          3. เรียบเรียงเนื้อหา เมื่อเก็บใจความทั้งหมดแล้วก็เรียบเรียงเนื้อความโดยการตกแต่งถ้อยคำ สำนวน ให้ประสานกลมกลืนเป็นเรื่องเดียวกันตลอด ถ้าข้อความสั้นให้เขียนย่อหน้าเดียว แต่ถ้ายาวให้จัดแบ่งเป็นหลายย่อหน้า ตามลักษณะเนื้อความที่แตกต่างกัน
          สรุป การย่อความเริ่มด้วยการรู้จักรูปแบบของสารที่จะย่อเมื่อจะย่อสารชนิดใดก็นำรูปแบบของสารชนิดนั้นมาจัดรูปแบบการย่อความตามชนิดของสารนั้น ต่อมาก็อ่านวิเคราะห์เนื้อหาของสาร แล้วเก็บใจความสำคัญนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้ได้ใจความดี กะทัดรัด ยาวประมาณ 1 ใน 3
 ของเรื่องนั้น
          ตัวอย่าง : การขึ้นต้นของการย่อความในรูปแบบต่าง ๆ
1.        ย่อหนังสือร้อยแก้วทั่วไป
                    ย่อเรื่อง อยู่อย่างมีคุณค่า ของอ้อม ประนอม จากหนังสือดั่งดอกบัวบาน หน้า 18 ? 21 ความว่า ?
2.        ย่อนิทาน
         ย่อนิทาน เรื่อง พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ของทวีศักดิ์ ญาณประทีป จากหนังสือนิทานในวรรณคดี หน้า 3 - 4ความว่า ?
3.        ย่อจดหมาย
         ย่อจดหมาย ของเยาวชนโพธิ์สามต้น ถึง อ๊อด เทอร์โบ เรื่อง ได้รับความเดือดร้อนจากผับบริเวณ สามแยกโพธิ์สามต้น ลงวันที่ 19 เมษายน 2546 ความว่า ?
4.        ย่อหนังสือราชการ
         ย่อหนังสือราชการ ที่ กษ 0701/56 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2546 ของนายปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรม   ป่าไม้ ถึง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่อง ผู้ประกอบการเรียกเก็บเงินค่ากางเต็นท์ ความว่า ?
5.        ย่อพระราชดำรัส
                   ย่อพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2543 เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม 2546 ความว่า ?
6.        ย่อบทสนทนา
         ย่อบทสนทนา ของนายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล กับ นายอดิศักดิ์  ศรีสม  เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาไทย ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ( ช่อง 11 ) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2546 ความว่า ?

7.        ย่อประกาศ
         ย่อประกาศของทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ เรื่องคุณสมบัติพื้นฐานความรู้ ของนักเรียนที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ลงวันที่ 1 เมษายน 2546 ความว่า ?
8.        ย่อบทร้อยกรอง
                   ย่อกลอนบทละคร เรื่อง พระร่วง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 จากหนังสือบทละครเรื่อง พระร่วง หน้า 60ความว่า ?
ตัวอย่างการย่อความที่เป็นร้อยแก้ว
ระวังอันตรายจากแอลกอฮอล์เช็ดแผล
          (1) ตามท้องตลาดในขณะนี้ มีการขายแอลกอฮอล์กันโดยเสรี ทั้งเมทิลแอลกอฮอล์และเอทิลแอลกอฮอล์ เมื่อมีผู้บริโภคไปซึ้อแอลกอฮอล์เช็ดแผลจากร้านขายยา ผู้ขายมักจะหยิบแอลกอฮอล์มาให้เลือกทั้ง 2 ชนิด ราคาเอทิลแอลกอฮอล์จะสูงกว่าเมทิลแอลกอฮอล์เล็กน้อย เพราะฉะนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่และโดยเฉพาะผู้ที่ไม่รู้คุณสมบัติที่แท้จริงของแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิด มักจะเลือกชนิดที่ราคาถูกกว่า เพราะประหยัดเงิน และเข้าใจว่ามีคุณสมบัติเช็ดแผลได้เหมือนกัน แต่อันที่จริงแล้วคุณสมบัติของเอทิลแอลกอฮอล์ต่างกันมาก คือ
          (2) เอทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ได้ เช่น ผสมในยารับประทาน ผสมในสุราหรือเครื่องดื่มประเภทของมึนเมาหรือใช้ทาภายนอกร่างกาย เช่น ล้างแผล ผ้าเย็น กระดาษเช็ดหน้า สเปรย์ เป็นต้น
          (3) เมทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ชนิดมีพิษ ใช้สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆเช่น ใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดให้แสงสว่าง หรือปนกับทินเนอร์ สำหรับผสมแลคเกอร์ แต่ห้ามใช้กับร่างกาย
          (4) จากคุณสมบัติของเมทิลแอลกอฮอล์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตหรือผู้ขายไม่ควรนำเอาแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิด มาใช้แทนกัน เพราะจะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายได้ เนื่องจากเมทิลแอลกอฮอล์หากนำมาใช้ล้างแผล แอลกอฮอล์จะซึมเข้าไปมาก ๆ อาจทำให้ผู้ดื่มตาบอดหรือถึงตายได้
          (5) ถึงแม้ว่าทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุม และตักเตือนผู้ผลิตและผู้ขายให้ระมัดระวังการนำเมทิลแอลกอฮอล์มาใช้ไม่ให้ผิดจากคุณลักษณะประจำของตัวมันแล้ว แต่ยังมีการใช้หรือขายผิดประเภทอยู่บ้าง
          (6) ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จึงใคร่ขอเตือนผู้ผลิตและผู้ขาย ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการขายเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อผู้บริโภคได้ และขอให้แนะนำผู้บริโภคว่าก่อนซื้อแอลกอฮอล์เช็ดแผลทุกครั้งควรตรวจดูฉลากให้ละเอียดและเลือกชนิดที่เป็นเอทิลแอลกอฮอล์เท่านั้นและทางที่ดีถ้าท่านไม่แน่ใจก็ควรซื้อแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองหรือซื้อจากร้านค้าที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านและครอบครัว

                                                                   (ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 7 มีนาคม 2546 หน
ข้อความที่ตัวหนา คือ ใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า เมื่อนำมาเรียบเรียงต่อกันจะได้ข้อความที่ย่อหน้าแล้ว   ดังนี้
ย่อเรื่อง ระวังอันตรายจากแอลกอฮอล์เช็ดแผล จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2546 หน้า 6 ความว่า
         ตามท้องตลาดในขณะนี้มีการขายแอลกอฮอล์กันโดยเสรี ทั้งเมทิลแอลกอฮอล์และเอทิลแอลกอฮอล์ เอทิลแอลกอฮอล์นั้นเป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ได้ ส่วนเมทิลแอลกอฮอล์เป็นแอลกอฮอล์ชนิดมีพิษ ใช้สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆซึ่งผู้ผลิตและผู้ขายไม่ควรนำแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิด มาใช้แทนกัน เพราะจะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายได้ ถึงแม้ว่าทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุมแต่ก็ยังมีการใช้หรือขายผิดประเภทอยู่บ้าง ฉะนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการผู้บริโภค จึงใคร่ขอเตือนผู้ผลิตและผู้ขาย ขอให้ใช้ ความระมัดระวังในการขายเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อผู้บริโภคได้
ตัวอย่างการย่อความที่เป็นร้อยแก้ว
ลดความอ้วนอย่างไรจึงปลอดภัย
                                                                                      ภญ. รศ.ดร. วันดี กฤาณพันธ์
       ปัจจุบันมีคนจำนวนมากพยายามลดความอ้วน ซึ่งเห็นได้จากธุรกิจลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นสถานบริการลดน้าหนัก ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักซึ่งโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ และขายอยู่ทั่วไป ทั้งนี้แต่ละคนมีเหตุผลในการลดน้ำหนักที่แตกต่างกันไป บ้างต้องการให้รูปร่างดีเพื่อความคล่องตัวและหาเสื้อผ้าง่าย ต้องการเรียกความมั่นใจของตัวเองกับคืนมา และอีกเหตุผลที่สำคัญ คือ ห่วงสุขภาพอนามัยของตัวเอง

       คนส่วนใหญ่เริ่มรู้ว่าความอ้วนนั้นก่อให้เกิดโรคได้สารพัด ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพทำให้ไขมันอุดตันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจ เบาหวาน อัมพาต และทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี โรค    ไขข้อ โดยเฉพาะข้อเข่า ข้อเท้า และที่ตัวเท้า เพราะข้อเหล่านี้จะต้องรับน้ำหนักมากว่าปกติ ความอ้วนทำให้ขาดความคล่องตัว อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายและมักจะรุนแรง

       การลดความอ้วนจะทำได้ง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความมุ่งมั่น ที่สำคัญเมื่อลดนำหนักได้แล้วต้องพยายามรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์โดยตลอด

       การลดความอ้วนที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ควรลดอย่างช้า ๆ พยายามให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีแคลอรี่น้อยกว่าจะนวนของพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ไปในแต่ละวัน กล่าวคือ กินอาหารให้น้อยลงกว่าปกติและออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อร่างกายจะได้พลังงานสะสมมาใช้ทดแทน กินอาหารที่มีไขมัน แป้ง น้ำตาล และน้ำอัดลมให้น้อยลง ควรหมั่นกินผักผลไม้ที่รสไม่หวานและมีเส้นใยมาก ๆ เช่น คะน้า หัวบุก ส้ม เป็นต้น เส้นใยเหล่านี้จะช่วยลดการดูดซึมของไขมันและน้ำตาล และช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีแคลอรีต่ำ ช่วยลดความอ้วนได้อย่างปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากยังไม่ได้ผลควรปรึกษาแพทย์
                                                        (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2546 หน้า 13)

       ย่อเรื่อง ลดความอ้วนอย่างไรจึงจะปลอดภัย จากหนังสื่อพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2546 หน้า 13 ความว่า
       ปัจจุบันนี้มีคนจำนวนมากพยายามลดความอ้วน ซึ่งแต่ละบุคคลมีเหตุผลที่แตกต่างกันบ้างเพื่อต้องการให้รูปร่างดี บ้างก็เป็นห่วงสุขภาพของตัวเอง ความอ้วนนั้นก่อให้เกิดโรคได้สารพัด และทำให้ขาดความคล่องตัว การลดความอ้วนขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความมุ่งมั่นของแต่ละคนการลดความอ้วนที่ปลอดภัยควรลดอย่างช้า ๆ โดยการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีน้อย ออกกำลังกายให้มากขึ้น และควรหมั่นกินผักผลไม้ที่รสไม่หวานและมีเส้นใยมาก หากยังไม่ได้ผลควรปรึกษาแพทย์






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม 2010, 01:02:58 PM โดย ส.เสือ™ » บันทึกการเข้า
architect
(V.I.P.)
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 341



« ตอบ #1 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2008, 12:35:09 PM »





 ปลื้มสุด ๆ ปลื้มสุด ๆ ปลื้มสุด ๆ
บันทึกการเข้า
pakkhom
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43



« ตอบ #2 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2008, 12:50:06 PM »





ขอบคุณ :)
บันทึกการเข้า
I2EVOLUTION
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 309



« ตอบ #3 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2008, 08:05:42 AM »





 :)  8)  ปลื้มสุด ๆ
บันทึกการเข้า

Heart In Time : ดวงใจในห้วงกาล
ocsc
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #4 เมื่อ: 19 กรกฎาคม 2008, 03:18:49 PM »





ขอบคุณอีกครั้งครับ
บันทึกการเข้า
nupuing
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #5 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2008, 04:16:00 PM »





ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะ ปลื้มสุด ๆ ปลื้มสุด ๆ
บันทึกการเข้า
kannika
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 25 กรกฎาคม 2008, 07:52:54 PM »





อยากได้มานานแล้ว ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
star
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 07 สิงหาคม 2008, 03:47:46 PM »





 8) ปลื้มสุด ๆ อารมณ์ดี
บันทึกการเข้า
demzone
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


« ตอบ #8 เมื่อ: 25 สิงหาคม 2008, 02:33:37 PM »





 ปลื้มสุด ๆ
บันทึกการเข้า
chekayapa
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11



« ตอบ #9 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2008, 02:25:12 AM »





ขอบคุณค้าบ ขอบคุณ ขอบคุณ
บันทึกการเข้า
nui-bird
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 06 มีนาคม 2009, 01:31:01 PM »





ขอบคุณค่ะ
ข้อสอบแบบนี้อยากได้มานานแล้ว
ยิ่งถ้าคล้ายกับข้อสอบของกรมยิ่งดี
สอบมาหลายทีแล้วไม่เคยติดเลย
ข้อสอบแบบนี้คิดว่ามั่นใจนะ
บันทึกการเข้า
namoll
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2009, 03:26:35 PM »





ขอบคุณนะค๊า
บันทึกการเข้า
paka_naret
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #12 เมื่อ: 02 กรกฎาคม 2009, 05:50:26 PM »





ขอบคุณมากคะ
บันทึกการเข้า
SiYod
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #13 เมื่อ: 16 พฤศจิกายน 2009, 10:33:17 AM »





ขอบคุณค่ะ :)
บันทึกการเข้า
ninraya
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 36


ชีวิตนี้***มีอะไรอีกเยอะ


« ตอบ #14 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2010, 03:52:09 PM »





ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

การตั้งครรภ์ข้อสอบ ก.พ.งานราชการงานพริตตี้